“เมืองไทย” กับ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ”

เมืองใหม่และเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะเป็น KEY CONCEPT ในการพัฒนาประเทศ สร้างเมืองรองรับประชากรเมืองรุ่นใหม่ ให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน เป็นแหล่งสร้างงาน และช่วยยกระดับให้เป็นเมืองสากลของโลก

โดย Admin

“เมืองไทย” กับ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ”

เมืองไทยสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช. ทำได้ดีพอใช้ในภาวะเศรษฐกิจโลกแปรผันค่อนข้างมาก วิธีกระตุ้นไม่มีอะไรดีกว่า “รัฐลงทุนด้านสาธารณูปโภค” หรือ INFRASTRUCTURE เพื่อเป็นโครงสร้างหลักให้ธุรกิจอื่นๆ เกาะโครงสร้างและเติบโตตาม ในอดีต พ.ศ. 2502 รัฐบาลตั้งสภาพัฒนาเศรษฐกิจ (NESB) วางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในยุคแรกก็ใช้วิธีการสร้างสาธารณูปโภค คือ ระบบถนนทั่วประเทศ (สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์) ให้ไทยเรามีระบบถนนที่ดีที่สุดใน AEC ประเทศหนึ่งปัจจุบัน

และหลังจากนั้นก็มีโครงการ MEGA PROJECT ท่าเรือขนาดใหญ่ โดยจะยกคลองเตยออกไปสู่แหลมฉบัง เป็นเมืองอุตสาหกรรม ระบบท่าเรือ เรียกว่า ESB (EASTERN SEABOARD) นำหัวหอกโดยสภาพัฒน์ฯเหมือนกับ MODEL ญี่ปุ่น ซึ่งมี TOKYO และเมืองท่า OSAKA และทำได้ดีมาก เป็นการกระจายความเจริญจากเมืองใหญ่ คือ กทม. มีเมืองรองอุตสาหกรรมอีก 1 เมือง

การใช้โครงสร้างหลักโดยการนำเอาระบบถนนมาใช้ในอดีตประสบผลสำเร็จมากจนลืมเสริมด้วยระบบอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น “ ระบบราง RAIL” ทั่วโลกให้ความสำคัญของระบบรางมากพอๆ กับถนน ยกเว้นอเมริกา ที่กว้างใหญ่ไพศาล ระบบรางไม่ตอบสนองการเชื่อมต่อทั้งประเทศอเมริกาจึงเป็นผู้นำระบบถนนที่ดีที่สุดในโลก และเป็นฐานให้ “อุตสาหกรรมรถยนต์” เป็นสาขาธุรกิจที่กระตุ้นเศรษฐกิจของอเมริกาในอดีต

ปัจจุบันคนในโลกมากขึ้นเป็น 2,500 ล้านคน และผู้คนจากระบบเกษตรกำลังย้ายเข้าเมือง เป็นคลื่นการเคลื่อนย้าย (MIGRATION) ที่รุนแรงที่สุดในยุค สตวรรษที่ 21 นี้ ทำให้เกิดเมืองใหญ่ และใหญ่มากทั่วโลกมีเมืองที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคนคือ TOKYO และ NEW YORK ยิ่งหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศในยุโรปหลายประเทศถูกสงคราม สร้างความเสียหายแก่เมืองในยุโรปมากมายจนเกิดวัตกรรมใหม่ คือ การสร้าง “เมืองใหม่” หรือ “NEW TOWN” อังกฤษเป็นแม่แบบ มีกฎหมายเวนคืนและสนับสนุนการสร้างเมืองใหม่ร่วม 30 กว่าเมือง และนวัตกรรมก็กระจายจากยุโรปไปอเมริกาและไปประเทศอื่นๆ มีการสร้างเมืองหลวงใหม่ เช่นใน BRAZIL และ AUSTRALIA ปัจจุบันก็มีพม่าสร้างเมืองหลวงใหม่เนบีดอ

ในขณะเดียวกัน เมืองเก่าหลายเมืองที่เป็นศูนย์การค้าพาณิชย์และอุตสาหกรรม ก็ต้องการยกเครื่องมีการปรับปรุงเมือง สร้างเมืองอุตสาหกรรม เมืองชายแดน โดยมีกระกระตุ้นให้เป็น “เมืองที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษ” เป็น “SPECIAL ECONOMIC NEW TOWN” นำเข้าระบบยกเว้นภาษีมาใช้เป็นการสร้างจุดเติบโตปเนเมืองศูนย์กลางการผลิต เช่น เมือง DETROIT ศูนย์ด้านรถยนต์ ไทยเราก็มี ESB ในจีนปัจจุบันก็สร้างเมืองฉงชิ่ง ศูนย์กลางภาคอีสานของจีนฝั่งใน 10 เขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน

ไทยเรารัฐบาล คสช. กำลังนำแนวคิดนี้มาใช้ มีการกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษ เอามาใช้กับเมืองชายแดนเหมือน เซินเจิ้น ฮ่องกง เหมือนเมืองติดชายแดน MEXICO ของอเมริกา เป็นทั้งเขตเศรษฐกิจและชะลอการย้ายข้ามถิ่นของประชากร ไทยเราจะมีเมืองนำร่อง คือ “แม่สอด” ที่ชายแดนตะวันตก จะมีอีก 10 เมืองชายแดนที่สำคัญ คือ ตะวันออก คือ “มุกดาหาร” เหนือ แม่สาย ใต้ สุไหงโกลก มีพื้นที่พิเศษ มีนิคมอุสาหกรรม มี BOI ยกเว้นภาษีให้ขณะนี้ คสช. กำลังรุกอีกโดยต้องการนำแนวคิดสร้างเมืองใหม่กับเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็น KEY FACTOR ในการพัฒนาเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมกัน ก็มีนโยบายเร่งด่วนยกระดับ “ESB-ECONOMIC CORRIDOR (EEC)” กำหนดให้ 5 เมือง ชายฝั่งตะวันออกฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา ศรีราชา แหลมฉบัง (ESB) ระยองเป็นเมืองแห่งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื้อเชิญให้เอกชนมาลงทุนเป็น PPP โดยจะนำระบบรางมาเป็นตัวเติมจะมีรถไฟทางคู่ รถไฟด่วนขนทั้งคนและสินค้า จะมีสถานีสำคัญๆ ทุกแห่ง และกำหนดให้มีการพัฒนาระบบสถานีรถไฟที่เรืยกกันว่า เป็น TOD (TRANSPORTATION ORIENTED DEVELOPMENT) ที่รถไฟได้เริ่มนำร่องที่ สถานี GRAND CENTRAL STATION

“เมืองใหม่และเขตเศรษฐกิจพิเศษ” จะเป็น KEY CONCEPT ในการพัฒนาประเทศ สร้างเมืองรองรับประชากรเมืองรุ่นใหม่นำ KEY SUCCESS มาเป็นศูนย์กลางการลงทุนเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างงาน ทั้งยกระดับให้เป็นเมืองสากลของโลกไปพร้อมๆ กัน ก็ลองคิดตามดูให้ดี ไม่รู้ว่ารัฐบาลที่จะมีใหม่จะมีศักยภาพมองเห็นอนาคตต่อเนื่องจาก คสช. หรือไม่

บทความโดย : รศ. มานพ พงศทัต ศาสตราภิชาน

Comments

comments