ตลาดสูงวัย VS ตลาดสูงอายุ

ตลาดผู้สูงอายุ กำลังจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่มากที่สุดในโลก ทางด้านผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต้องหันมาให้ความสำคัญ ในการจัดที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มสูงวัย เพราะคนกลุ่มนี้มีที่อยู่อาศัย และพฤติกรรมที่ต่างกัน

โดย Admin

ตลาดสูงวัย VS ตลาดสูงอายุ

ตลาดสูงวัย VS ตลาดสูงอายุ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ประชากรอายุมากกว่า 60 ปี จะมีจำนวนมากกว่าวัยเด็ก 15 ปี คำว่า “สูงวัย” ก็เริ่มมีหลายความหมายมากขึ้น ขณะนี้มีอีกคำ คือ “สูงอายุ” ควบคู่ไปกับสูงวัย สูงอายุหมายถึง RETIREMENT ที่เอาอายุเป็นเกณฑ์ เช่น 60 ปี เกษียณ ก็เริ่มเป็นผู้สูงอายุ 70-80-90 หรือมากกว่า ก็เอาอายุมาเป็นตัววัด ช่วงตอนสุดท้ายชองชีวิตประมาณ 15-20 ปี น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ 4 ระยะ 4 รูปแบบ ซึ่งต้องการ “ที่อยู่อาศัย-ต่างกันใช้กัน” เรากำลังให้ความสำคัญในการจัดที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มสูงวัย”

อีกคำที่นิยมเรียกกันรวมๆ คือ “สูงวัย’ หรือเรียกว่า “AGING SOCIETY” นอกจากอายุแล้วเอาการ “พึ่งตนเอง” DEPENDENT คือ ช่วยตัวเองได้หรือไม่ แค่ไหนมาเป็นเกณฑ์ บางคนอายุไม่ถึง 60 ปี ก็ช่วยตัวเองไม่ได้ เพราะป่วยเป็นโรคต่างๆ ก็เป็น  AGING SOCIETY เป็นคนชราต้องเริ่มพึ่งเครื่องมือ เช่น ไม้เท้า รถเข็น และคนมาพยุง บางท่าน 80 ปี แล้ยังพึ่งตนเองได้ก็มีมาก เพราะขณะนี้สุขภาพ อนามัย ยารักษาโรค รวมทั้งแพทย์ดี ๆ มีมากขึ้น คนที่ดูแลตัวเองดีๆ สามารถมีอายุขัยได้ถึง 100-120 ปี เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจผู้สูงวัย สูงอายุควรจะมีมากขึ้นกว่าปัจจุบัน  ที่ผู้สูงวัยมักจะอยู่ในแวดวงของแพทย์ สุขภาพเป็นใหญ่ “แต่เมื่อดู” “พฤติกรรมผู้สูงวัย” อาจจะแยกได้เป็น 4 ขั้นตอนก่อนจะลาจากโลกนี้ไปก็คือ

– Early Retirement” เกษียณก่อนวัย เรียกกันว่า เช่น 50-55 ปี มีเงินทางดูแลตัวเอง เลิกทำงานประจำมีมากขึ้นในสังคมสมัยใหม่

– Active Retirement” 60 ปีแล้วแต่ยังแข็งแรงเหมือนหนุ่มๆ

– Passive Retirement” เป็นช่วงวัยที่ต้อง “พึ่งพา” คน เครื่องมือ ไม้เท้า หรือรถเข็น

– ตลาดผู้สูงอายุIntensive Retirement ” เป็นช่วงวัยที่ช่วยเหลือตัวเอง หรือเคลื่อนไหวเกือบไม่ได้

การเปลี่ยนแปลง 4 ระยะ 4 รูปแบบ จำเป็นจะต้องมี “ที่อยู่อาศัย-ต่างกันใช้กัน” เพราะฉะนั้นในแง่ของอสังหาริมทรัพย์ ต้องให้ความสำคัญในการจัดที่อยู่อาศัยในกลุ่มผู้สูงวัย ทั้งคนที่ช่วยตัวเองได้ และไม่ได้ ทั้งในบ้านและชุมชน หรือในเมือง ซึ่งในต่างประเทศจะใช้คำว่า “Universal Design” คือ ออกแบบบ้าน ชุมชน เมือง เพื่อผู้สูงวัย เช่น มีทางลาด มีปุ่มแนะนำการเดินทางเคลื่อนไหว บนรถสาธารณะ ห้องน้ำ มีพื้นที่ของคนกลุ่มนี้

จากการศึกษาเบื้องต้น ก็พบกันว่า แต่ละสังคมมีความแตกต่างกันไปตามสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เช่น ตะวันออกจะอยู่ร่วม “บ้านเดียวกันกับลุกหลาน” ต่างประเทศเป็นสังคมอิสระจะแยกกันอยู่ “บ้านคนชรา” ถ้าคนไทยเอาพ่อแม่ไปไว้บ้านคนชรา ก็อาจถูกต่อว่า ว่าเอาพ่อแม่ไปทิ้ง ส่วนประเทศญี่ปุ่นว่าจ้างลูกหลานให้เลี้ยงดูพ่อแม่คนชราในบ้าน

ในประเทศไทยพบว่า คนชราไม่ต้องการเปลี่ยนที่อยู่ อยู่ห้องไหนก็ห้องเดิม แต่ถ้าช่วยได้ ช่วยดัดแปลงเพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ราวรอบห้อง  เปิดประตูห้องน้ำให้กว้าง ลดพื้นให้ราบ มีที่นั่ง นอนตอนกลางวัน เอนหลังได้ การออกแบบก็จะเป็น Improvement ห้องเดิม หรือ บ้านเดิม ซึ่งเอาพ่อแม่ลงมาอยู่ชั้นล่าง จัดห้องใหม่ เสริมกิจกรรมเฉพาะส่วนตัวให้ท่าน

วิธีที่สอง คือ สร้างบ้าน ใหม่ให้ท่านบริเวณเดียวกัน ท่านก็จะมีอิสรภาพ และรู้สึกว่าชีวิตยังมีค่า ในส่วนของบ้านเดี่ยวอาจมีการ ต่อเติมชั้นล่างให้มีพื้นที่อิสระ คือ บ้านคนชรา ” ดัดแปลงบ้านจัดสรรมาเป็นบ้านคนชราที่อยู่ใกล้หมอ และชุมชนของตัวเอง อีกวิธีก็คือ อยู่ในตึกเดียวกันเป็น “Condo คนชรา” ก็มีมากในประเทศญี่ปุ่น อเมริกา

เพราะตลาดผู้สูงอายุ กำลังจะเป็นตลาดที่ใหญ่มากในโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย การจะเข้าใจ “พฤติกรรมผู้บริโภค สว. และ สอ.” ต้องมีการศึกษาวิจัยนอกเหนือจากสุขภาพกาย เพราะคนยิ่งชรา ยิ่งต้องการ “สุขภาพจิต” และ “อารมณ์” เพราะจะขี้บ่น หลงลืม ใจน้อยง่าย ในเรื่องของความต้องการของที่อยู่อาศัยนั้นมีมากขึ้นทุกที และรัฐบาลก็ต้องเอาใจใส่ เพียงแค่กระทรวงหรือกรม คงไม่พอ ต้องพึ่งองค์กรอิสระและทำ PPP ให้มากขึ้น

บทความโดย : รศ. มานพ พงศทัต ศาสตราภิชาน

Comments

comments