“อสังหาริมทรัพย์ไทย” กับ “Donald Trump”

Donald Trump มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะอยู่ฝั่งอเมริกา และอสังหาฯ คือ DOMESTIC PRODUCT อยู่ถึงเมืองไทย

โดย Admin

“อสังหาริมทรัพย์ไทย” กับ “Donald Trump”

“อสังหาริมทรัพย์ไทย” กับ “Donald Trump”

คำถาม คือ Donald Trump มาเกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะอยู่ฝั่งอเมริกา และอสังหาฯ คือ DOMESTIC PRODUCT อยู่ถึงเมืองไทย

ก่อนอื่นก็ต้องยอมรับก่อนว่า “Donald Trump” คือ “ผู้ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลก” จากการนำอเมริกายุคใหม่เข้าสู่ “AMERICA FIRST” คือ “อเมริกาต้องมาก่อน” คนอื่นต้องมาที่หลัง ใครมาเอาเปรียบอเมริกา ต้องจัดการ เช่น จีนได้เปรียบการค้ามากต้องจัดการด้วยการตั้ง “กำแพงภาษี” MEXICO มี MIGRATION สู่อเมริกาต้องกีดกันไม่ให้เข้า (ทั้งๆ ที่ คุณ Trump ปู่เป็นคน POLAND หนีสงครามโลกจากเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ภรรยาก็เป็นคนอเมริกัน-เช็คโก)

ที่ต้องเป็นห่วง คือ จะต้องจัดการกับ IS กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงให้ราบคาบ ต้องจัดการด้วยวุธ/ ตั้งป้อมกับเกาหลีเหนือข่มขู่กันด้วยอาวุธนิวเคลียร์/และญี่ปุ่นด้วยการถอนทหาร

ดูแล้วคุณ Trump เป็นนักรบอเมริกันรุ่นใหม่ รุนแรง ดุเดือด ใช้ระบบการเลือกตั้งที่เรียกว่า D-D (DICTATORIAL DEMOCRACY) คือ “เผด็จการประชาธิปไตย” ส่วนดีก็ลดภาษีคนอเมริกัน  โดยเฉพาะคนชั้นกลางมที่เลือกคุณ TRUMP และขู่นักธุรกิจอมเริกันที่ไปลงทุนสร้างงานต่างประเทศ เช่น Computer ที่ออกแบบดดยอเมริกัน ผลิตที่จีน เป็นต้น ยุให้จีนตีกันด้วยการสนับสนุนไต้หวัน

โลกสั่นคลอนแน่ๆ ยักษ์ใหญ่ของโลก ท้ารบรอบตัว ทั้งในประเทศกับสื่อมวลชน CIA และผู้หญิงอเมริกันที่เดินขบวน  1 ล้านคน ส่วนดีของอเมริกา  กระตุ้นการลงทุนเหมือน คสช. ท่านประยุทธ์ จะลงทุน  INFRASTRUCTURE ถนน รถไฟความเร็วสูง การเดินทางทางอากาศทั่วแระเทศ เหมือนสมัยหลังสงครามโลก และการกระตุ้นให้เอกชนลงทุนในประเทศ

ที่น่าสนใจ และจะกระทบไทยจึงมี 2 ระดับ ระดับชาติ คือ ส่งออก” ของเรา ถูกกระทบด้วยกำแพงภาษี ต่อมา คือ การเงินทั่วโลก” กำลังบวม (INFLATE) ด้วยอเมริกาจะลดดอกเบี้ย การแลกเปลี่ยนดอลลาร์กับการเงินอื่นๆ ทั่วโลก จะเป็นปัจจัยที่สั่นสะเทือน การลงทุนค้าขายแน่ๆ และอเมริกาจะปั้ม QE เงินเข้าระบบออกมาลงทุน INFRASTRUCTURE อีกมากมาย ภาวะเงินเฟ้อจะกระจายไปทั่วโลก และจะเฟ้อมาถึงไทยด้วย การเงินจะเป็นระบบเดียวที่เคลื่อนไหวข้ามประเทศคล่องที่สุด ไม่ให้มี MIGRATION ค้าขายก็กีดกันไม่สนับสนุน การค้าเสรี” เหมือนในอดีตเงินที่ฟูฟ่องทั่วโลก ก็จะฟูเข้ามาในประเทศไทย ผ่านตลาดหุ้นบ้านเรา เก็งกำไร “OVER BUILT- OVER-SUPPLY” อีก พอเกิดผลกระทล มี NPL มากขึ้นก็จะกระทบกระเทือน “วิกฤตการณ์อีกครั้ง”

ดังนั้นอสังหาฯ ปีระกาของไทย จะ “ผันผวน-แปรปรวน” และอาจจะผกผันได้เท่าปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่เศรษฐกิจการเงินเปราะบางมาก หลายค่ายเริ่มกลับมาตั้งแผนรับ ลดการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ค่ายยักษ์ใหญ่ในตลาดลดโครงการ และหันมาลงทุนแนวราบมากขึ้น ทั้งๆ  ที่ Mass Transit ของเราเปิดพื้นที่ลงทุนใหม่ๆ รอบสถานีมากมาย จนบางพื้นที่ Condo มากจนจะล้นตลาดแล้ว

ส่วนอสังหาฯ ของไทย ต้องตั้งรับเหมือนกัน ยิ่งผู้บริโภค โดยเฉพาะคนชั้นกลาง 75% ของตลาด “กู้ไม่ผ่าน” ปีที่ผ่านมาสูงถึง 40% ยิ่งทำให้ตลาดปีนี้จะหดตัวมากขึ้น ยิ่งผู้ประกอบการไม่กู้ธนาคาร แต่ออก “หุ้นกู้” หรือ “เพิ่มทุน” ยิ่งทำให้ D/E RATIO (อัตราส่วนการกู้ต่อทุนต่ำ) ยิ่งฮึกเหิมก่อสร้างมากขึ้นจนน่ากลัวคำว่า “OVER BUILT” ยิ่งกองทุนต่างชาติมีเงินร่อนอยู่ในโลกมากมาย กำลังหาผู้กู้อยู่ ยิ่งมีส่วนเติมเชื้อเพลิงเข้ากับอสังหาฯ ทั่วโลก โดยเฉพาะโลกด้านตะวันออก  เช่น จีน-ไทย ที่ชอบการเก็งกำไรทั้งสิ้น

บทความโดย : รศ. มานพ พงศทัต ศาสตราภิชาน