อสังหาริมทรัพย์ไทยในยุค Digital 4.0

ใคร ๆ ก็อยากรู้ว่าอสังหาริมทรัพย์ของเรากำลังจะเดินไปทางไหน การเงินของโลกเชื่อมต่อกัน เศรษฐกิจของโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็เช่นกัน

โดย Admin

อสังหาริมทรัพย์ไทยในยุค Digital 4.0

ใคร ๆ ก็อยากรู้ว่าอสังหาริมทรัพย์ของเรากำลังจะเดินไปทางไหน

การเงินของโลกเชื่อมต่อกัน เศรษฐกิจของโลกกำลังจะเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็เช่นกัน

รัฐบาลไทยมีเป้าหมายชัดเจนในการนำเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า แข่งขันกับประเทศอื่น โดยมีดรรชนีเปรียบเทียบเป็น GDP หรือผลผลิตมวลรวมประชาชาติ ว่าจะโตขึ้นปีละเท่าไหร่

ปี 2560 GDP ของไทยน่าจะโตถึง 3.5 -3.8% นับว่าโตพอใช้ได้ แม้ว่าจะสู้จีนที่โตขึ้นปีละ 10% ไม่ได้ แต่ก็ดีกว่าอเมริกาและยุโรปที่น่าจะโตแค่ 3.0% หรือในเอเชียบ้านเรา GDP ของไทยก็อยู่ในระดับที่มีมาก เป็นรองแค่เวียตนามที่กำลังโตวันโตคืน

อสังหาริมทรัยพย์ทุกประเทศก็จะอ้างอิงการเติบโตจาก GDP ของประเทศ เพราะหากประชาชนในประเทศมีรายได้ดีขึ้น ก็จะต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และหนึ่งในดรรชนีชี้วัดคุณภาพชีวิตก็คือที่อยู่อาศัยที่สร้างมากขึ้น และคุณภาพดีขึ้น

อสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ในไทยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 200,000 ยูนิต อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 50% หรือประมาณ 100,000 ยูนิต ในขณะที่อเมริกาและจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 1 ล้าน และ 5 ล้านยูนิต ตามลำดับ

ยุคของอสังหาริมทรัพย์ไทย

อสังหาริมทรัยพ์ไทยเริ่มต้นจากการสร้างบ้านบนที่ดินส่วนตัว ก้าวสู่ยุคบ้านจัดสรรหรือการสร้างบ้านขายพร้อมที่ดิน ยุคถัดมาคือคอนโดมิเนียม ยิ่งยุคนี้เศรษฐกิจไทยดีมีคอนโดมิเนียมกันเต็มบ้านเต็มเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีอาคารคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 4,000 – 5,000 อาคาร

ยุคล่าสุด หรือยุคที่ 4 เป็นช่วงที่อสังหาริมทรัพย์มีขนาดใหญ่ สูง เป็น Complex ที่มีความทันสมัยมากขึ้น และประกอบด้วยเครื่องมือ Electronic และการสื่อสารแบบ Digital

คนเริ่มพึ่งพา Digital Technology ขึ้นทุกด้าน เช่น ด้านการเงินมี Fin-Tech ที่กำลังจะทำให้เราไม่ต้องใช้ธนบัตร

การเปลี่ยนแปลงของอสังหาริมทรัพย์

Digital เข้ามาในวงการอสังหาริมทรัพย์ เริ่มจากการขายและการตลาด ทุกค่ายทุกโครงการต้องมี Website และช่องทาง Online เป็นของตัวเอง รวมถึงมี Big Data ที่สามารถนำมาวิเคราะห์และอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่น DDproperty และ Think of Living เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมี Property-Tech หรือ Application ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา เช่น การนำ BIM (Building Information Model) เข้ามาช่วยออกแบบคำนวณการก่อสร้าง

และกำลังจะขยายฐานการขายและการก่อสร้างออกไปสูบริการหลังการขาย ซึ่งหลายค่ายก็เตรียม Application ที่ให้บริการทั้งระบบที่เรียกว่า Total Living Solution

อสังหาริมทรัพย์กำลังเข้าสู่ยุคที่ต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและรุนแรง และ Digital Technology ก็จะเป็นส่วนช่วยเสริมเพื่อยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ทันสมัยนำหน้าหลายประเทศมากขึ้น

แล้วคุณหล่ะ เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการขนาด SMEs และที่ปรึกษาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น นักขาย นักประเมิน วิศวกร สถาปนิก ผู้รับเหมา ผู้ขายวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

ปรับตัวให้เร็ว มาเรียนมารู้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะความรู้อสังหาริมทรัพย์มีมากมาย มาติดอาวุธด้านทฤษฎี ด้านประสบการณ์ และด้านความคิดใหม่ ๆ จะได้ไม่ตกขบวนอสังหาริมทรัพย์ยุค 4.0

ผู้เขียน
รองศาสตราจารย์มานพ พงศทัต