ไปอังกฤษกับ RE-CU HOTEL # 11

เรื่องเล่า FIELD TRIP RE-CU HOTEL # 11 เราจัดให้รุ่นนี้ เดินทางศึกษาดูงานโรงแรมหลาย ๆ ประเภทที่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจที่เมืองบาธ และกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  ซึ่ง 2 เมืองนี้เราพาไปดูโรงแรมหลายรูปแบบ แนวคิดวิธีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ลองมาดูกันว่าเราพาไปโรงแรมไหนกันบ้าง และทำไมเราจึงเลือกพาไปโรงแรมต่าง ๆ ในอังกฤษกัน

โดย RE-CU

ไปอังกฤษกับ RE-CU HOTEL # 11

 

เรื่องเล่า FIELD TRIP RE-CU HOTEL # 11 เราจัดให้รุ่นนี้ เดินทางศึกษาดูงานโรงแรมหลาย ๆ ประเภทที่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจที่เมืองบาธ และกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  ซึ่ง 2 เมืองนี้เราพาไปดูโรงแรมหลายรูปแบบ แนวคิดวิธีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ลองมาดูกันว่าเราพาไปโรงแรมไหนกันบ้าง และทำไมเราจึงเลือกพาไปโรงแรมต่าง ๆ ในอังกฤษกัน

 

เราเดินทางตรงไปยังเมืองบาธ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยมาก ๆ ในอันดับต้น ๆ เป็นเมืองมรดกโลก 2,000 ปี ตั้งอยู่บริเวณหุบเขาริมแม่น้ำ AVON อยู่ทางด้านตะวันตกของกรุงลอนดอน บาธเป็นเมืองแห่งน้ำแร่และน้ำพุร้อน มีบ่ออาบน้ำรวมแบบโรมัน จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการอาบน้ำของชาวโรมัน ซึ่งได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก มีลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบจอร์เจีย อาคารสิ่งก่อสร้างมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีโบสถ์อาคารเก่าแก่ในสไตล์อังกฤษ และสิ่งสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

 

วันแรกเราพาเข้าไปชมโรงแรม “MACDONAL BATH SPA HOTEL” เป็นโรงแรมประเภท HOTELS & RESORTS ซึ่งห้องอาหาร “VELLORE RESTAURANT” ตั้งอยู่ในห้องบอลรูมเก่าของอาคารหลังใหญ่ โดยบริการเมนูอาหารอังกฤษรูปแบบใหม่ ซึ่งห้องอาหารของโรงแรมนี้ยังได้รับรางวัลอีกด้วย หลังจากนั้นเราได้เข้าชมห้องพักสไตล์หรูหรา มีห้องพักตกแต่งด้วยไม้มะฮอกกานีและหินอ่อนหรูหรา ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวนหย่อมอันสวยงามน่าหลงใหลหรูหราตามสไตล์โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่เก่าแก่และปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว หลังจากนั้นได้แวะเยี่ยมชมห้องสปาอันหรูหรา ซึ่งประกอบด้วยสระว่ายน้ำ และอ่างอาบน้ำอุ่นกลางแจ้ง ห้องทรีทเมนท์ใต้แสงเทียนรวมถึงมีน้ำพุ บ่อน้ำเฉลียงด้วย

 

ช่วงบ่ายเราพาชม “APEX CITY OF BATH HOTEL” เป็นโรงแรมประเภท CITY HOTEL เป็นโรงแรมที่ทันสมัย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอยู่ใจกลางเมือง และอยู่ใกล้บ่อน้ำโรมัน โดยได้รับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย มีสระว่ายน้ำสุดหรู สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับจัดงานประชุม สัมมนาและจัดนิทรรศการ เพราะมีห้องขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 400 คน โรงแรมแห่งนี้ออกแบบสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ ล็อบบี้และห้องอาหารกระทัดรัด จัดวางได้อย่างลงตัว โดยใช้โทนสีเข้มเข้ามาทำให้โดดเด่น และดูน่าค้นหา สำหรับห้องพักตกแต่งในสไตล์ CITY HOTEL ห้องค่อนข้างใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะกับกลุ่มลูกค้านักธุรกิจ และผู้ที่สนใจโรงแรมที่พักในใจกลางแหล่งท่องเที่ยว

 

หลังจากนั้นเราพาเข้าสู่กรุงลอนดอน สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง ความทันสมัย ไลฟ์สไตล์ของคนที่ได้รับการขนานนามว่าผู้ดีอังกฤษ

 

เช้าวันใหม่เราพาไปชมด้านในของโรงแรม “CITIZEN M TOWER OF LONDON” โรงแรมนี้มีหลายสิ่ง หลายอย่าง ในการออกแบบที่ลงตัว สถานที่ตั้งของโรงแรม การสร้างจุดขาย และห้องพักแต่ละห้องน่าสนใจขนาดไหน ลองมาดูกัน “CITIZEN M TOWER OF LONDON” เป็นโรงแรมประเภท CITY HOTEL & BUTIQUE HOTEL ตั้งอยู่ติดแม่น้ำ THAMES ใกล้ๆ กับ TOWER OF LONDON เป็นโรงแรมที่ออกแบบและตกแต่งแนวศิลปะยุคสมัยใหม่ที่เน้นความโมเดิร์น สีสันทันสมัย ทุกตารางพื้นที่ของโรงแรมถูกออกแบบและตกแต่งอย่างมีสไตล์ มีดีไซน์ที่เก๋ไก๋ทันสมัยไม่ซ้ำแบบใคร และทุกพื้นที่ในโรงแรมตกแต่งให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักได้ถ่ายรูป CHECK IN ได้ทุกที่ตั้งแต่ล็อบบี้ ห้องนั่งเล่น ห้องโถง ลิฟต์ ห้องทานอาหาร และห้องพักที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกับใคร มีห้องพักรวม 370 ห้อง โรงแรมมีวิวงดงามของแม่น้ำ THAMES และหอคอย TOWER OF LONDON และTOWER BRIDGE ที่สวยงามให้เห็นตลอดในการเข้าพัก

 

หลังจากนั้นเราไปชมต่อกันอีกโรงแรมหนึ่งเพื่อปิดท้ายการดูงานในทริปนี้ นั่นคือโรงแรมที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี “THE LANDMARK LONDON” เป็นโรงแรมประเภท LUXURY HOTEL ที่หรูหรา ตั้งอยู่ใจกลางย่าน MARYLEBONE HIGH STREET  ซึ่งเป็นย่านที่ทันสมัยสุดชิคของลอนดอนอีกหนึ่งย่าน โรงแรมนี้มีห้องโถงขนาดใหญ่เป็นเพดานกระจกอันสวยงามสูงถึง 8 ชั้น พร้อมต้นปาล์มอันสูงตระหง่าน มีห้องอาหารที่ได้รับรางวัล และมีห้องพักที่หรูหราออกแบบเสมือนบ้านพักตากอากาศส่วนตัวในราคา 100,000 – 120,000 บาทต่อคืน ทั้งยังมีสระว่ายน้ำในร่ม และสปาที่หรูหรา วันนั้นทางโรงแรมได้จัดให้ผู้บริหารระดับบนสุดมาเปิดห้องบรรยายถึงความเป็นมาเป็นไปตั้งแต่เริ่มลงทุนมาจนถึงปัจจุบันซึ่งโรงแรมนี้เป็นของคนไทย จึงบรรยายได้เข้าใจและตอบข้อสงสัยของทุกคนได้อย่างดี เมื่อสรุปการบรรยายตอบข้อซักถามเรียบร้อยแล้ว เราได้ชมห้องแต่ละประเภท ตั้งแต่ห้องธรรมดาจนถึงห้องแพงสุดของโรงแรม  รวมถึงห้องอาหารห้องจัดเลี้ยง สระว่ายน้ำ และสปาที่หรูหราตามแบบฉบับโรงแรมนี้ ก่อนจบทริปการเยี่ยมชมโรงแรมต่างๆ เราพาไป ชมงานนิทรรศการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ ในโลกที่มาออกบูธกันอย่างพร้อมเพียง หนึ่งในนั้นมีของประเทศไทย ในโซน PAVILION ด้วย เป็นงานแฟร์ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นตรงกับวันที่เราพาทริปไปพอดี นั่นคืองาน “WORLD TRAVEL MARKET (WTM) ปี 2019” ซึ่งเป็นการจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก งานครั้งนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมจำนวน 42 ราย เป็นงานส่งเสริมการขายที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งทำให้เราได้รับข้อมูลใหม่ ๆ รวมถึงทิศทางด้านการท่องเที่ยวของโลกในอนาคตต่อไปได้เป็นอย่างดี รวมถึงหาช่องทางและโอกาสในการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมทั่วโลกอีกด้วย

 

ONE’s DESTINATION IS NEVER A PLACE, BUT A NEW WAY OF SEEING THINGS.(จุดหมายปลายทางนั้นไม่ใช่สถานที่ใดที่หนึ่ง หากแต่เป็นการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ด้วยมุมมองใหม่ต่างหาก) (HENRY MILLER)

 

อยากมี CONNECTION ดีดี พร้อมได้รับสาระความรู้ และมิตรภาพจากเพื่อนในธุรกิจเดียวกัน มาเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ๆ ไปกับเรา (RE-CU) ปีนี้เราจะพาไปเปิดประสบการณ์ ค้นหาโรงแรมแปลกใหม่ หลากหลายสไตล์ ที่ได้รับรางวัลมากมายที่ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่มีผู้คนน่ารัก อาหารสดอร่อย เมืองที่ไปกี่ครั้งก็ประทับใจไม่รู้ลืม กับ RE-CU HOTEL รุ่นที่ 12