ไปยุโรปตะวันออก กับ RE-CU CEO # 5

 

เรื่องเล่า FIELD TRIP RE-CU CEO # 5 เราจัดให้ผู้บริหารระดับ CEO ได้เดินทางเยี่ยมชมโครงการต่าง ๆ ที่น่าสนใจที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน สู่ประเทศออสเตรีย และกรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ทำไม 3 ประเทศนี้ จึงเป็นตัวอย่างในการเดินทางในครั้งนี้

 

ทริปนี้เราเดินทางตรงไปที่เมืองมิวนิค เมืองแห่งเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่ใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากเบอร์ลินและฮัมบูร์ก และเป็นหนึ่งในเมืองที่มั่งคั่งที่สุดของยุโรป เราเดินทางเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ BMW (BMW MUSEUM) ซึ่งพิพิธภัณฑ์นี้จัดแสดงวิวัฒนาการของรถยนต์ BMW มีต้นกำเนิดที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ตึกที่เห็นจะเป็นอาคารรูปทรงกระบอกสูบรถยนต์นั่นคือสำนักงานใหญ่ ส่วนตัวตึกที่มีลักษณะเป็นชามคือพิพิธภัณฑ์ BMW ซึ่งมีค่าก่อสร้างประมาณ 9,500 ล้านบาท คำว่า BMW ย่อมาจาก BAVARIAN MOTOR WORK โดยผู้ผลิตรถยนต์ 3 บริษัทใหญ่ ได้รวมตัวก่อตั้งบริษัทสร้างเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีโลโก้รูปวงกลมใบพัดสีฟ้าขาว ซึ่งหมายถึงลักษณะการหมุนของใบพัดเครื่องบิน ส่วนสีฟ้าและสีขาวเป็นสีประจำแคว้นบาวาเรียนั่นเอง หลังจากนั้นเราแนะนำให้เข้าชมงาน OKTOBERFEST ซึ่งเราตั้งใจจัดให้พักในโรงแรมหรูที่อยู่ใกล้กับงาน OKTOBERFEST ที่ถูกยกย่องว่าเป็นงานเฉลิมฉลองที่ใหญ่สุดในโลก โดยจะมีขบวนพาเหรดรถม้าบรรทุกถังเบียร์ที่มีผู้เข้าร่วมขบวนกว่า 1,000 คน ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าของและผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อต่าง ๆ จะมารวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของงาน และความพิเศษของเต็นท์เบียร์ของแต่ละเจ้าของที่จะนำมาเข้าร่วมงานเทศกาลนี้ อีกสิ่งที่สำคัญของงานก็คือพาเหรดที่พลาดไม่ได้ก็คือ ขบวนพาเหรดการแต่งกายแบบดั้งเดิม ขบวนพาเหรดที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยในขบวนพาเหรดจะใช้นักแสดงทั้งหมดกว่า 9,000 คน เดินไปตามเส้นทางต่าง ๆ โดยผู้เข้าชมงานจะได้เห็นความสวยงามของขบวนพาเหรดที่มาพร้อมเครื่องแต่งกายแบบต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค นอกจากนั้นภายในขบวนยังมีทหารในเครื่องแบบโบราณ การเต้นรำ ขบวนรถม้าที่สวยงาม และอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถเดินเข้าเยี่ยมชมงานได้หลายวัน เราไปถึงวันสุดท้ายของการจัดงาน ด้านหน้าโรงแรมจะคึกคักมีผู้คนท้องถิ่นของเยอรมัน และนักท่องเที่ยวแต่งตัวในสไตล์ชุดดั้งเดิมเดินบนถนนอย่างมีความสุขขณะเดินเข้าร่วมงานและเดินกลับออกจากงานเทศกาลในครั้งนี้ เป็นบรรยากาศที่ประทับใจตลอดระหว่างที่พักอยู่ที่นี่

 

เช้าวันใหม่เราพาเข้าสนามกีฬา “ALLIANZ ARENA” ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ มีชื่อเล่นว่า “เรือยาง” (SCHLAUCHBOOT) โดยใช้ทุนสร้างถึง 340 ล้านยูโร สเตเดี้ยมแห่งนี้สร้างมาเพื่อซัพพอร์ตทีมเอฟซีบาร์เยิร์น มิวนิค ชาวมิวนิคต่างภาคภูมิใจกับสถาปัตยกรรมของสนามกีฬา ALLIANZ ARENA แห่งนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ หรือพื้นที่ในการใช้งาน สำหรับความโดดเด่นของสนามฟุตบอลแห่งนี้อยู่ที่การเปลี่ยนสีได้นั่นเอง โดยจะมี 3 สีคือ สีแดง สีน้ำเงิน และสีขาว ในการเข้าชมครั้งนี้มีทีมบริหารพาเดินชมทุกห้องตั้งแต่ห้องแถลงข่าว ห้องอาบน้ำ ห้องแต่งตัวนักฟุตบอลของทีม ประตูทางออกสู่สนามของนักฟุตบอลก่อนลงแข่ง ห้องอาหาร และได้เดินชมรอบอัศจรรย์ที่จัดวางไว้อย่างเป็นระบบ สุดท้ายแวะซื้อของที่ระลึก ถูกใจบรรดาแฟนคลับทีมเอฟซีบาร์เยิร์น มิวนิค เป็นอย่างมาก

 

หลังจากนั้นเราไปเยี่ยมชม “ARCHITECH-TOUR” ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้าง OLYMPIC PARK และ OLYPIC TOWER ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนในปี ค.ศ. 1972 สวนนี้มีพื้นที่ 530 ไร่ ซึ่ง HILIGHT อยู่ที่หลังคากระโจมยืดหยุ่นขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ของสวนเข้าด้วยกัน โดยการออกแบบจะเลียนแบบใยแมงมุม ไดอะตอม และฟองสบู่ ปัจจุบันสวนนี้ถูกใช้เป็นสวนสาธารณะ และสถานที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและสังคมต่าง ๆ และกลายเป็นสวนสำคัญของเมืองมิวนิคแห่งนี้อีกด้วย

 

วันที่สามของการอยู่เมืองมิวนิค เราได้ฟังบรรยายที่ “SUSTAINABLE BUILDING” สำนักงานของ “SIEMENS HEADQUARTERS BUILDING” โดยตึกนี้ได้รับรางวัล “BEST INNOVATION GREEN BUILDING” จาก MIPIM “OSCAR OF THE REAL ESTATE BUSINESS” ได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นที่ 1 ในโลก ระดับ PLATINUM ซึ่งเป็นตึกที่ออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดอีกด้วย อาคารแห่งนี้ออกแบบโดยบริษัท สถาปนิกชาวเดนมาร์ก HENNIGN LARSEN ARCHITECTS และตึกนี้ยังอยู่ใจกลางเมืองมิวนิคอีกด้วย

 

เช้าวันใหม่เราออกเดินทางจากเมืองมิวนิคแต่เช้า เพื่อเดินทางสู่เมือง ST.WOLFGANG IM SALZKAMMERGUT ประเทศออสเตรีย ใช้เวลานั่งรถเพื่อชมบรรยากาศ 2 ข้างทาง ถึง 3 ชั่วโมงเลย ST.WOLFGANG เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ตรงกลางแนวทะเลสาบ ตัวเมืองตั้งอยู่บริเวณชายเขาชาร์ฟแบร์ก (SCHAFBERG MOUNTAIN) ริมทะเลสาบโวล์ฟกัง หนึ่งในทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของประเทศออสเตรียเป็นเมืองที่มีโรงแรม WELLNESS SPA โดยการใช้วารีบำบัด มีความโดดเด่นเรื่องความสะอาดของน้ำในทะเลสาบ ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำในทะเลสาบที่มีคุณภาพเดียวกันกับน้ำดื่มที่สามารถใช้ดื่มกินได้กันเลยทีเดียว เราพักกันที่โรงแรมริมทะเลสาบที่หรูที่สุดและออกแบบห้องได้เก๋ทุกห้อง โดยทุกห้องสามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำสวยที่สุดประจำเมืองนี้เลย เป็นเมืองที่มีความเงียบสงบคนไม่พลุกพล่าน มีความสวยงามของธรรมชาติเกินคำบรรยายจริง ๆ เมืองนี้

 

ตื่นเช้ามาเราเดินทางต่อไปเมืองมรดกโลกที่แสนสวยอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ประมาณ 50 นาที เรามุ่งสู่เมือง “HALLSTATT” หมู่บ้านมรดกโลกที่แสนสวย อายุกว่า 4,500 ปี ตั้งอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย ประเทศออสเตรีย HALLSTATT ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสีเขียวขจีสวยราวกับภาพวาด ดินแดนในฝันที่สวยงามราวกับเมืองเทพนิยาย กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกที่สุด และยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย มีทะเลสาบสวยถึง 76 แห่ง โดยได้รับฉายาว่า “ไข่มุกแห่งออสเตรีย”

 

เมื่อเข้าสู่เมือง HALLSTATT เราขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่เหมืองเกลือโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยจุดชมวิวบนภูเขาเกลือ (SALZBERG) ที่เราจะสามารถมองเห็นหมู่บ้าน HALLSTATTจากมุมสูงที่ 1,200 ฟุต จุดชมวิว SKY WALK เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวหนึ่งสำหรับคนที่ชอบความตื่นเต้นและชอบวิวพาโนรามาของเทือกเขาอัลไพน์ จุดชมวิวที่ยื่นจากหน้าผาสูงทำให้เหมือนกับว่าเราเดินบนอากาศเหนือหลังคา แถบนี้ยังเป็นแหล่งตั้งถิ่นฐานสำคัญของมนุษย์ยุคแรก ๆ อันเนื่องมาจากมีแหล่งเกลือใต้ดินมหาศาล เมือง HALLSTATT ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดย UNESCO ประเภท “ WORLD HERITAGE SITE : HISTORICAL CULTURAL LANDSCAPE” ในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งจัดเป็นประเภทของชุมชนที่มีการผสมผสานกันอย่างกลมกลืนของภูมิประเทศที่สวยงามกับวัฒนธรรมที่เก่าแก่ หลังจากนั้นช่วงบ่ายเรารีบเดินทางสู่ กรุงเวียนนา เมืองหลวงแสนสวยของประเทศออสเตรีย และยังเป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกอีกด้วย สิ่งที่ทำให้กรุงเวียนนาติดอันดับเมืองน่าอยู่ก็คือ SMART INFRASTRUCTURE/ MOBILITY/ TECHNOLOGY เป็นศูนย์กลางทั้งเศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.8 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน และยังเป็นที่ตั้งของสหประชาชาติ เช่น UNITED NATIONS INDUSTRIAL DEVELOPMENT ORGANIZATION (UNIDO) และองค์กรระดับนานาชาติหลายแห่ง เช่น โอเปก (OPEC) อีกด้วย เราพักที่กรุงเวียนนาเพื่อชมเมืองรอบก่อนไปกรุงปราก

 

เราผ่านชมเมืองบนถนนสายวงแหวน “RING ROAD” เป็นถนนหลักที่สร้างขึ้นล้อมรอบเขตเมืองชั้นในของกรุงเวียนนา และได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก โดยตลอดความยาวกว่า 5.3 กิโลเมตรของถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่และงดงาม เริ่มตั้งแต่พระราชวังฮอฟบูรก์ กลุ่มอาคารพระราชวังของจักรพรรดิ โรงละครโอเปร่า หอศิลป์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ เราเดินทางสู่กรุงปรากแวะช้อปปิ้งกันที่ “DESIGNER OUTLET PARNDORF” ก่อนเข้าสู่กรุงปราก นั่งรถใช้เวลาอีก 3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่นานมาก ทุกคนได้พักผ่อนชมวิวรอบ ๆ ซึ่งเห็นความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างทางที่ออกจากกรุงเวียนนา สู่กรุงปราก

 

กรุงปราก (PRAGUE) เมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 11 ด้วยศิลปะแบบโกธิค ดินแดนที่ได้ชื่อว่ามงกุฎแห่งยุโรป (CROWN OF BUROPE) มีความสวยงามและเงียบสงบอยู่ท่ามกลางขุนเขาและเป็นศูนย์กลางมาแต่โบราณ จึงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เช็กขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสุดโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของโลก มีสถาปัตยกรรมอันหลายหลายที่เก่าแก่และงดงามไม่ว่าจะเป็นปราสาท ซึ่งกินเนสส์บุ๊คเคยรับรองว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และยังมีอาคาร บ้านเรือน สะพาน หรือโบสถ์เก่าแก่ที่สวยงาม จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อ ค.ศ. 1992 นอกจากนั้นยังมีตึกที่ออกแบบได้แปลกตาสวยงามจนเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองไปอีกแห่งคือ “THE DANCING HOUSE” อาคารสมัยใหม่รูปร่างน่าสนใจออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของโลกอย่าง “FRANK GEHRY” และ “VLADO MILUNIĆ” สองสถาปนิกผู้ตั้งใจออกแบบให้ตึกนี้เป็นไปตามคอนเซปต์สอดประสานทั้งการหยุดนิ่งและการเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านระบบคอมมิวนิสต์สู่ระบอบประชาธิปไตยของสาธารณรัฐเช็ก ไม่เพียงแค่นั้น ตึกนี้ยังแอบแย่งซีนความโดดเด่นจากย่านตึกเก่าหน้าตาธรรมดามาอีกด้วย ตึกนี้ทำให้เมืองนี้มีสีสันขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว

 

 

ไปอังกฤษกับ RE-CU HOTEL # 11

 

เรื่องเล่า FIELD TRIP RE-CU HOTEL # 11 เราจัดให้รุ่นนี้ เดินทางศึกษาดูงานโรงแรมหลาย ๆ ประเภทที่เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจที่เมืองบาธ และกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ  ซึ่ง 2 เมืองนี้เราพาไปดูโรงแรมหลายรูปแบบ แนวคิดวิธีการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ลองมาดูกันว่าเราพาไปโรงแรมไหนกันบ้าง และทำไมเราจึงเลือกพาไปโรงแรมต่าง ๆ ในอังกฤษกัน

 

เราเดินทางตรงไปยังเมืองบาธ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยมาก ๆ ในอันดับต้น ๆ เป็นเมืองมรดกโลก 2,000 ปี ตั้งอยู่บริเวณหุบเขาริมแม่น้ำ AVON อยู่ทางด้านตะวันตกของกรุงลอนดอน บาธเป็นเมืองแห่งน้ำแร่และน้ำพุร้อน มีบ่ออาบน้ำรวมแบบโรมัน จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการอาบน้ำของชาวโรมัน ซึ่งได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารัก มีลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบจอร์เจีย อาคารสิ่งก่อสร้างมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีโบสถ์อาคารเก่าแก่ในสไตล์อังกฤษ และสิ่งสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

 

วันแรกเราพาเข้าไปชมโรงแรม “MACDONAL BATH SPA HOTEL” เป็นโรงแรมประเภท HOTELS & RESORTS ซึ่งห้องอาหาร “VELLORE RESTAURANT” ตั้งอยู่ในห้องบอลรูมเก่าของอาคารหลังใหญ่ โดยบริการเมนูอาหารอังกฤษรูปแบบใหม่ ซึ่งห้องอาหารของโรงแรมนี้ยังได้รับรางวัลอีกด้วย หลังจากนั้นเราได้เข้าชมห้องพักสไตล์หรูหรา มีห้องพักตกแต่งด้วยไม้มะฮอกกานีและหินอ่อนหรูหรา ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวนหย่อมอันสวยงามน่าหลงใหลหรูหราตามสไตล์โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่เก่าแก่และปรับปรุงให้สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว หลังจากนั้นได้แวะเยี่ยมชมห้องสปาอันหรูหรา ซึ่งประกอบด้วยสระว่ายน้ำ และอ่างอาบน้ำอุ่นกลางแจ้ง ห้องทรีทเมนท์ใต้แสงเทียนรวมถึงมีน้ำพุ บ่อน้ำเฉลียงด้วย

 

ช่วงบ่ายเราพาชม “APEX CITY OF BATH HOTEL” เป็นโรงแรมประเภท CITY HOTEL เป็นโรงแรมที่ทันสมัย มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอยู่ใจกลางเมือง และอยู่ใกล้บ่อน้ำโรมัน โดยได้รับการออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย มีสระว่ายน้ำสุดหรู สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเป็นโรงแรมที่เหมาะสำหรับจัดงานประชุม สัมมนาและจัดนิทรรศการ เพราะมีห้องขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ถึง 400 คน โรงแรมแห่งนี้ออกแบบสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ ล็อบบี้และห้องอาหารกระทัดรัด จัดวางได้อย่างลงตัว โดยใช้โทนสีเข้มเข้ามาทำให้โดดเด่น และดูน่าค้นหา สำหรับห้องพักตกแต่งในสไตล์ CITY HOTEL ห้องค่อนข้างใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะกับกลุ่มลูกค้านักธุรกิจ และผู้ที่สนใจโรงแรมที่พักในใจกลางแหล่งท่องเที่ยว

 

หลังจากนั้นเราพาเข้าสู่กรุงลอนดอน สถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง ความทันสมัย ไลฟ์สไตล์ของคนที่ได้รับการขนานนามว่าผู้ดีอังกฤษ

 

เช้าวันใหม่เราพาไปชมด้านในของโรงแรม “CITIZEN M TOWER OF LONDON” โรงแรมนี้มีหลายสิ่ง หลายอย่าง ในการออกแบบที่ลงตัว สถานที่ตั้งของโรงแรม การสร้างจุดขาย และห้องพักแต่ละห้องน่าสนใจขนาดไหน ลองมาดูกัน “CITIZEN M TOWER OF LONDON” เป็นโรงแรมประเภท CITY HOTEL & BUTIQUE HOTEL ตั้งอยู่ติดแม่น้ำ THAMES ใกล้ๆ กับ TOWER OF LONDON เป็นโรงแรมที่ออกแบบและตกแต่งแนวศิลปะยุคสมัยใหม่ที่เน้นความโมเดิร์น สีสันทันสมัย ทุกตารางพื้นที่ของโรงแรมถูกออกแบบและตกแต่งอย่างมีสไตล์ มีดีไซน์ที่เก๋ไก๋ทันสมัยไม่ซ้ำแบบใคร และทุกพื้นที่ในโรงแรมตกแต่งให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักได้ถ่ายรูป CHECK IN ได้ทุกที่ตั้งแต่ล็อบบี้ ห้องนั่งเล่น ห้องโถง ลิฟต์ ห้องทานอาหาร และห้องพักที่มีสไตล์ไม่ซ้ำกับใคร มีห้องพักรวม 370 ห้อง โรงแรมมีวิวงดงามของแม่น้ำ THAMES และหอคอย TOWER OF LONDON และTOWER BRIDGE ที่สวยงามให้เห็นตลอดในการเข้าพัก

 

หลังจากนั้นเราไปชมต่อกันอีกโรงแรมหนึ่งเพื่อปิดท้ายการดูงานในทริปนี้ นั่นคือโรงแรมที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี “THE LANDMARK LONDON” เป็นโรงแรมประเภท LUXURY HOTEL ที่หรูหรา ตั้งอยู่ใจกลางย่าน MARYLEBONE HIGH STREET  ซึ่งเป็นย่านที่ทันสมัยสุดชิคของลอนดอนอีกหนึ่งย่าน โรงแรมนี้มีห้องโถงขนาดใหญ่เป็นเพดานกระจกอันสวยงามสูงถึง 8 ชั้น พร้อมต้นปาล์มอันสูงตระหง่าน มีห้องอาหารที่ได้รับรางวัล และมีห้องพักที่หรูหราออกแบบเสมือนบ้านพักตากอากาศส่วนตัวในราคา 100,000 – 120,000 บาทต่อคืน ทั้งยังมีสระว่ายน้ำในร่ม และสปาที่หรูหรา วันนั้นทางโรงแรมได้จัดให้ผู้บริหารระดับบนสุดมาเปิดห้องบรรยายถึงความเป็นมาเป็นไปตั้งแต่เริ่มลงทุนมาจนถึงปัจจุบันซึ่งโรงแรมนี้เป็นของคนไทย จึงบรรยายได้เข้าใจและตอบข้อสงสัยของทุกคนได้อย่างดี เมื่อสรุปการบรรยายตอบข้อซักถามเรียบร้อยแล้ว เราได้ชมห้องแต่ละประเภท ตั้งแต่ห้องธรรมดาจนถึงห้องแพงสุดของโรงแรม  รวมถึงห้องอาหารห้องจัดเลี้ยง สระว่ายน้ำ และสปาที่หรูหราตามแบบฉบับโรงแรมนี้ ก่อนจบทริปการเยี่ยมชมโรงแรมต่างๆ เราพาไป ชมงานนิทรรศการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ ในโลกที่มาออกบูธกันอย่างพร้อมเพียง หนึ่งในนั้นมีของประเทศไทย ในโซน PAVILION ด้วย เป็นงานแฟร์ประจำปี ซึ่งจัดขึ้นตรงกับวันที่เราพาทริปไปพอดี นั่นคืองาน “WORLD TRAVEL MARKET (WTM) ปี 2019” ซึ่งเป็นการจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก งานครั้งนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมจำนวน 42 ราย เป็นงานส่งเสริมการขายที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งทำให้เราได้รับข้อมูลใหม่ ๆ รวมถึงทิศทางด้านการท่องเที่ยวของโลกในอนาคตต่อไปได้เป็นอย่างดี รวมถึงหาช่องทางและโอกาสในการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมทั่วโลกอีกด้วย

 

ONE’s DESTINATION IS NEVER A PLACE, BUT A NEW WAY OF SEEING THINGS.(จุดหมายปลายทางนั้นไม่ใช่สถานที่ใดที่หนึ่ง หากแต่เป็นการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ด้วยมุมมองใหม่ต่างหาก) (HENRY MILLER)

 

อยากมี CONNECTION ดีดี พร้อมได้รับสาระความรู้ และมิตรภาพจากเพื่อนในธุรกิจเดียวกัน มาเปิดมุมมองและประสบการณ์ใหม่ๆ ไปกับเรา (RE-CU) ปีนี้เราจะพาไปเปิดประสบการณ์ ค้นหาโรงแรมแปลกใหม่ หลากหลายสไตล์ ที่ได้รับรางวัลมากมายที่ ประเทศญี่ปุ่น เมืองที่มีผู้คนน่ารัก อาหารสดอร่อย เมืองที่ไปกี่ครั้งก็ประทับใจไม่รู้ลืม กับ RE-CU HOTEL รุ่นที่ 12

 

เก็บตกมาเล่าเรื่อง FIELD TRIP ที่ให้สาระความรู้ดีดีกับ RE-CU JUNIOR รุ่นที่ 20

การเดินทางเยี่ยมชมและศึกษาดูงานโครงการตัวอย่างในครั้งนี้ เราพาน้อง RE-CU JUNIOR เดินทางสู่กรุงไทเป (ไต้หวัน) สาธารณรัฐจีน (REPUBLIC OF CHINA) เราไปดูงานที่ไหนกันมาบ้าง และได้สาระความรู้จากการเดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้มีอะไรบ้าง

ไต้หวัน หรือไถวาน หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐจีน มีเมืองหลวงคือกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน (TAIWAN) เป็นเกาะที่มีรูปร่างคล้ายวงรี มีขนาดประมาณ 6 จังหวัดของไทยรวมกันเพียงเท่านั้น ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศจีน อยู่เหนือประเทศฟิลิปปินส์ และอยู่ด้านล่างของประเทศญี่ปุ่น ด้านบนจะเป็นประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง ไต้หวันมีประชากรทั้งหมดประมาณ 23 ล้านคน เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดของโลกอีกประเทศหนึ่ง ไต้หวันได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย มีอุตสาหกรรมล้ำหน้า และมีเศรษฐกิจโตเป็นอันดับที่ 19 ของโลก และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญมากในเศรษฐกิจโลก เป็นเหตุให้ไต้หวันได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกและความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ไต้หวันได้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ โดยประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งเกิดที่ประเทศไต้หวัน ชื่อ หลี่ เติงฮุย (LEE TENGHUI) ขึ้นมาบริหารประเทศ โดยการสนับสนุนของเจี่ยง จิงกั๋ว (CHIANG CHINGKO) ไต้หวันแบ่งเขตการปกครองออกทั้งหมด 22 จังหวัด โดยมี 6 เขตปกครองตัวเองพิเศษ คือ TAIPEI, KAOHSIUNG, NEW TAIPEI, TAICHUN, TAINAN และ TAOYUAN ภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นจีนกลาง รองลงมาเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ และเต๋า

FIELD TRIP สำหรับ RE-CU JUNIOR รุ่นที่ 20 โครงการแรกที่เราพาไปเข้าเยี่ยมชมคือตึก TAIPEI 101 ซึ่งเป็น LANDMARK ที่ทุกคนต่างรู้จักดี ตึก 101 มีความสูงถึง 509 เมตร ซึ่งตรงกลางด้านบนของตึกมีลูกตุ้มขนาดใหญ่หนักกว่า 900 ตัน ทำหน้าที่ป้องกันการสั่นสะเทือนเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว เพื่อช่วยให้โครงสร้างของตึกไม่ยุบตัวเมื่อเกิดแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านในตัวตึกประกอบด้วยลิฟต์ที่มีความเร็วที่สุดในโลก ด้วยความเร็วประมาณ 1,008 เมตรต่อนาที ด้านในมีสำนักงาน โรงแรม และร้านอาหาร สินค้าแบรนด์เนมอีกมากมาย ซึ่งบริเวณที่ตั้งของตึกนี้ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ที่ทั้งชาวไต้หวันและนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนกันมาที่แห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย

สำหรับโครงการที่ชื่อว่า “LA’ ARCHITECTURE” เป็นอาคารสำนักงานที่ได้รับการออกแบบโดย “ANDY WEN” สถาปนิกชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นสมาชิก AEDES องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบ โดยได้ร่วมกับกลุ่มออกแบบโครงการ “TAO ZUE YIN YUAN” (AGORA TOWER) LA’ ARCHITECTURE อาคารสำนักงานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงของก้อนกรวดในแนวแม่น้ำ KEELUNG พัฒนาแนวคิดด้านความงามที่ไม่เหมือนใครที่สื่อถึงความคิดของความกลมและความสง่างามรวมถึงความแข็งแกร่ง และบุคลิกลักษณะรูปทรงไข่ของอาคารนั้นสะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างเป็นศูนย์บ่มเพาะความรู้ และคำอุปมาของการฟื้นฟูทางปัญญา อาคารที่ออกแบบมาเพื่อให้แสงสว่างธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ และเน้นความเขียวขจีด้านภายนอกอาคารเข้ามาช่วยสนับสนุน

และช่วงบ่ายเรานำเยี่ยมชมโครงการ “TAO ZUE YIN YUAN” (AGORA TOWER) ตึกใหม่ที่เป็นรูปร่างแปลกตา มีลักษณะโค้งบิดเกลียว แตกต่างจากอาคารหรือตึกทั่วไปที่เน้นรูปแบบแท่งตรง เจ้าของเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงไทเป “BES ENGINEERING” ซึ่งมีแนวคิดสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและต้องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองโดยได้ “VINCENT CALLEBAUT ARCHITECTURES” บริษัทสถาปนิกจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรมที่ยั่งยืนมาร่วมออกแบบอาคาร ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในกรุงปารีส โดยได้รับรางวัลในฐานะผู้ประกวดราคาที่ประสบความสำเร็จในการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยเพื่อความยั่งยืนแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในกรุงไทเป ออกแบบโดย ZAHA HADID และ FERNANDO MENIS ร่วมกันออกแบบให้ออกมาได้งดงามน่าสนใจได้ขนาดนี้อาคารมีทั้งหมด 21 ชั้น โดยมีความสูง 93.2 เมตร มีพื้นที่ทั้งหมด 455,694 ตารางฟุต ลักษณะอาคารเป็นเกลียวบิด 90 องศาจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนดังรูปแบบของตึก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์หยินและหยางของลัทธิเต๋า ผสมผสานกับโครงสร้างเกลียวคู่ของดีเอ็นเอ ในขณะเดียวกันภูมิทัศน์รอบอาคารมีต้นไม้กว่า 23,000 ต้น ปลูกบนพื้นดินตามทางเดินและระเบียง ซึ่งยังสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ได้ถึงประมาณ 130 ตันต่อปี แนวคิดการสร้างอาคารเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย TAO ZHU YIN YUAN TOWER ถูกวางให้เป็นคอนโดมิเนียม LUXURY จำนวน 40 ห้อง โดยตั้งราคาขายห้องละประมาณ 60 ล้านเหรียญ ซึ่งมีการประเมินกันว่าน่าจะเป็นโครงการที่มีราคาขายแพงที่สุดของกรุงไทเปในขณะนี้

สนใจอยากมีความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ มาเสริมสร้างความรู้ และพัฒนาทักษะไปพร้อมกันกับเราได้ที่ RE-CU JUNIOR # 21

ไปอิตาลีกับ RE-CU SENIOR # 62

เรื่องเล่า FIELD TRIP RE-CU SENIOR # 62 เราได้จัดให้เดินทางศึกษาดูงานโครงการตัวอย่างที่เมืองโคโม และเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ทำไม 2 เมืองนี้จึงเป็นเมืองยอดนิยมทั้งกับชาวอิตาลีและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

 

ทริปนี้เราได้นำผู้เข้าอบรมเดินทางตรงไปยังเมืองแบร์กาโม เพื่อดูตัวอย่างเมืองเก่าที่มีการจัดวางผังเมืองได้เป็นอย่างดี ตัวเมืองตั้งอยู่บนเขาซึ่งเราต้องนั่งรถรางขึ้นไปยังเมืองนี้ เมืองแบร์กาโมเป็นเมืองที่อยู่ในแคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ราว 40 กิโลเมตรของตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองมิลาน แบร์กาโมมีประชากรประมาณ 121,000 คน ในปัจจุบัน แบร์กาโมเป็นเมืองทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยุโรปแบบย้อนยุคสมัยตอนกลาง ซึ่งการวางผังเมืองและการออกแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะยุคกลาง และยุคเรเนสซองส์ไว้ด้วยกัน มีการวางผังเมืองโดยยึดการอนุรักษ์เขตเมืองเก่าไว้อย่างมีระเบียบ ยังคงเก็บรักษาร่องรอยประวัติศาสตร์ และอนุรักษ์เมืองเก่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและนำไปพัฒนาปรับให้สอดคล้องกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจุดสำคัญ กำแพงเมืองโบราณ หรือ VENETIAN WALLS ที่สร้างไว้เพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึกในอดีต และยังจัดเก็บให้เห็นในสภาพที่สมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงโบสถ์เก่าที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ยังเก็บรักษาไว้ได้สวยงาม และเล่าเรื่องราวของความเป็นมาในยุคอดีตถึงปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

หลังจากนั้นเราเดินทางเข้าสู่เมืองโคโม เมืองแห่งใบไม้เปลี่ยนสี ตั้งอยู่ในแคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี อยู่ติดชายแดนประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเมืองนี้นับว่าเป็นเมืองที่อากาศดีที่สุดอีกเมืองหนึ่งเลยทีเดียวที่ทำให้คนอิตาลี และนักท่องเที่ยวต่างจัดอันดับให้ว่าเป็นเมืองตากอากาศที่สวยที่สุด และมีชื่อเสียงมากที่สุดในอันดับต้นๆ ของประเทศอิตาลี เมืองโคโมยังมีทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดาและทะเลสาบมัจจอเร ชื่อทะเลสาบโคโม (LAKE COMO) มีรูปร่างเหมือนตัว Y กลับหัว ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโคโม โดยมีความยาวรอบทะเลสาบถึง 160 เมตรเลยทีเดียว มีพื้นที่โดยรอบประมาณ 146 ตารางกิโลเมตร ที่สามารถชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติ และเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีอย่างเทือกเขาแอลป์ได้อีกด้วย เมืองโคโมคือหนึ่งในจำนวนเมืองมากมายที่ตั้งรายล้อมทะเลสาบแห่งนี้ และยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินเมืองมิลาน และอาหารที่ขึ้นชื่อใครมาก็ต้องทานคือ PIZZA และ GELATO คือ ไอศกรีม ที่ใครมาต่างก็ต้องมาลองชิมกัน

 

หลังจากที่เราได้ชมเมืองโคโมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งระหว่างทางกลับเข้าเมืองมิลาน เราได้พาแวะเยี่ยม ชมโครงการเมืองใหม่ของเมืองมิลาน ชื่อโครงการ CITYLIFE DISTRICT ประกอบไปด้วยอาคารที่พักอาศัย อพาร์ทเม้นท์ สำนักงานโรงเรียน โรงพยาบาล และช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ซึ่งออกแบบโดย ZAHA HADID สถาปนิกหญิงระดับโลก ผู้ที่ได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งเส้นโค้ง”  ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ทำให้ผู้คนที่เข้าไปสัมผัสได้เห็นถึงแนวคิดในการออกแบบโดยใช้เส้นโค้งได้อย่างกลมกลืน สวยงาม คลาสสิคและร่วมสมัยใหม่ได้อย่างน่าสนใจ แม้กระทั่งหลังคาโครงสร้างของการออกแบบช้อปปิ้งมอล์ล และคอนโดมิเนียม ยังแสดงออกถึงการออกแบบร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองมิลานได้เลยทีเดียว เมืองใหม่แห่งนี้อยู่ใกล้ๆ ตัวเมืองมิลาน สามารถนั่งรถไฟใต้ดินเพียง 20 นาที หรือเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถสาธารณะใช้เวลาประมาณ 30 นาที

 

หลังจากที่เราดูเมืองใหม่ CITYLIFT DISTRICT เรียบร้อยแล้ว เราได้พาไปเยี่ยมชมโครงการที่ได้รับรางวัล “INTERNATIONAL HIGHRISE AWARD” ในปี 2514 ชื่อโครงการ “BOSCO VERTICAL” ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมที่จัดว่าสวยงาม รอบตึกมีสีเขียวปกคลุมทั้งตึก ซึ่งตั้งอยู่ใกลัศูนย์กลางของเมืองมิลาน ซึ่งเป็นหนึ่งในตึกระฟ้าที่น่าสนใจที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง “THE VERTICAL FOREST” เป็นส่วนหนึ่งของ PORTA NUOVA โครงการฟื้นฟูเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ดำเนินการเรียบร้อยก่อนงาน MILAN EXPO 2015 อีกด้วย

 

ซึ่งโครงการดังกล่าว ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง “STEFALNO BOERI, GIANANDREA BARRECA” และ “GIOVANNI LA VARRA” โดยการออกแบบมุ่งเน้นให้ตัวอาคารสามารถมองเห็นวิวทิศทัศน์ของเมืองรอบทิศทางได้ทั้งหมด โครงการนี้มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของ PORTA NUOVA (ประมาณ 160,000 ตารางเมตร) ประกอบด้วยป่าแนวตั้ง สวน PORTA NUOVA, สวน DE CASTILLIA DELL’ISOLA จัตุรัส GAE AULENTI ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอาร์เจนตินา CESAR PELLI ซึ่งตึกนี้ชนะเลิศด้านรางวัลนานาชาติตึกสูง “RISE AWARD” เป็นการประกวดระดับนานาชาติทุกๆ 2 ปี ที่มอบรางวัลให้สำหรับตึกระฟ้าที่สวยงามและมีความทันสมัยที่สุดในโลก ซึ่งรางวัลนี้มอบโดย “พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมแฟรงก์เฟิร์ต” ประเทศเยอรมัน

 

ต่อจากนั้นเราขึ้นไปชมตึก “UNICREDIT” ซึ่งอาคารนี้เป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศอิตาลี สร้างขึ้นในปี 2009 อาคารนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิก ชื่อ “CE’SAR PELLI” อาคารนี้เป็นสำนักงานใหญ่ของ UNICREDIT ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างที่อยู่อาศัย และเป็นอาคารที่ทำธุรกรรมทางด้านเกี่ยวกับการเงิน การลงทุนเป็นหลัก ส่วนที่เรานำขึ้นไปเยี่ยมชมนั้นเป็นชั้นบนของตึกที่ให้ทำให้เห็นการออกแบบโครงสร้างของตึกนี้ และเห็นการวางผังเมืองรอบๆ เมือง มิลานอีกด้วย หลังจากนั้นเราได้แวะเยี่ยมชมการออกแบบห้อง CO-WORKING SPACE ซึ่งเป็นห้องทำงานสวนรวม ซึ่งถือว่าเป็น OFFICE ส่วนหนึ่งของอาคารนี้ การออกแบบจัดวางได้อย่างลงตัวเหมาะสมกับสำนักงานตัวอย่าง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ไม่มีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ใดใดให้เห็นเลยแม้แต่สักชิ้นเดียว ซึ่งในการทำงานที่ส่วนนี้ใครมาถึงก่อนนั่งทำงานตรงไหนในสำนักงานได้ก่อนเลย โดยไม่มีการจัดวางเทคโนโลยีสนับสนุนแต่อย่างใดเลย แต่สามารถทำงานเชื่อมต่อได้กับทุกแผนกทุกส่วนงานได้อย่างรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย ตลอดจนทั้งส่วนของ CO-WORKING SPACE ชั้นนี้ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถเห็นเมืองและบรรยากาศรอบๆ เมือง ได้ไกลถึงโบสถ์ DUOMO ซึ่งเป็น LANDMARK สำคัญของประเทศอิตาลีอีกด้วย

 

หลังจากนั้นเราเข้าใจกลางเมืองมิลาน (MILAN) หรือที่คนอิตาเลียนเรียกว่า “มิลาโน่ (MILANO)” เป็นเมืองหลวงทางด้านแฟชั่นของโลก และเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของอิตาลี มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน หรือที่เรียกว่า “ดูโอโม่ (DUOMO)” ชื่อนี้ไว้ใช้เรียกมหาวิหารประจำเมือง แทบจะมีดูโอโม่ทุกเมืองที่สำคัญๆ เลย น่าจะเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของคนในเมือง ดูโอโม่ที่เมืองนี้สร้างในสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ยอดที่สูงที่สุดประดับด้วยรูปสลักพระแม่มาเรียสูง 4 เมตร หุ้มด้วยทองคำทั้งองค์ มีชื่อเรียกว่า “มาดอนนิน่า (MADONNINA)” ภายในมหาวิหารดูเรียบง่าย แต่โอ่อ่ากว้างขวาง ตามแบบโกธิก ด้านหน้ามหาวิหารจะเป็นลานกว้าง เรียกว่า “ปิอาซซ่า เดล ดูโอโม่ (PIAZZA DEL DOUMO)” เป็นศูนย์กลาง เป็นแหล่งชุมนุมของผู้คนมาทุกยุคสมัย และสุดท้ายเราแนะนำให้เข้าชมห้างสรรพสินค้า “LA RINASCENTE” ห้างหรูที่เมืองมิลาน ที่มีเซ็นทรัลกรุ๊ปเป็นเจ้าของ โดยเจาะกลุ่มไฮเอนด์ ตั้งเป้าหมายให้เป็น HISTORICAL & LUXURY DEPARTMENT STORE ขณะนี้มีถึง 11 สาขาในอิตาลีตามเมืองต่างๆ แต่ละแห่งจะมีลักษณะ เอกลักษณ์ที่โดดเด่นต่างกัน ห้างนี้ได้รับการขนานนามให้เป็น 1 ใน 13 ห้างสรรพสินค้าของโลกที่ทุกคนต้องไปเยือนโดย UK BUSINESS INSIDE ซึ่งห้างดังกล่าวนี้ประสบความสำเร็จทางด้านการลงทุนในต่างประเทศและทำให้คนต่างชาติยอมรับให้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศอีกด้วย

 

“REMEMBER THAT HAPPINESS IS A WAY OF TRAVEL–NOT A DESTINATION”– ROY M. GOODMAN

จงจำไว้ว่า ความสุขเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง คงเหมือนการเดินทาง FIELD TRIP ครั้งนี้ที่เต็มไปด้วยสาระความรู้ มิตรภาพ ความอบอุ่น รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพวกเรา แล้วพบกันใหม่ที่ RE-CU SENIOR รุ่นที่ 63 นะคะ ครั้งหน้าเราจะไปดูเมืองเก่า โรงแรมในถ้ำ และดูบอลลูนที่ ตุรกี กัน!!!

 

เจาะตลาด Co-Working Space

Co-Working Space คืออะไร?

คำถามที่คนมักจะสงสัยกันมากที่สุดเวลาได้ยินคำว่า Co-Working Space ก็คือ มันคืออะไรกันแน่   ซึ่งถ้าจะให้อธิบายสั้นๆ ก็คือ เป็นสถานที่สำหรับนั่งทำงาน ที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมสำหรับการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ปริ้นเตอร์ แอร์ อินเทอร์เน็ต กาแฟ และบรรยากาศสบายๆ ที่พร้อมจะทำให้งานเดินนั่นเอง

“PunSpace  ของเราจะมุ่งไปที่ จากเดิมคนมักจะนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ หรือไม่ก็ที่บ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เหมาะกับการทำงานสักเท่าไหร่ มีคนเดินไปมา มีความวุ่นวาย อินเทอร์เน็ตไม่แรง เก้าอี้ไม่สบาย ธุรกิจของเราก็คือ ให้คนนั่งได้ทั้งวัน ไม่ต้องกดดันว่าสั่งกาแฟแก้วเดียวแล้วนั่งทั้งวันจะเป็นอะไรหรือเปล่า สร้างความสบายใจให้กับผู้ใช้บริการ”

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ PunSpace มอบให้ผู้ที่มาใช้บริการก็คือ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้เข้าสังคม ได้ไอเดียในการทำงาน และที่สำคัญเลยก็คือ ได้ Connection ในการทำธุรกิจนั่นเอง

 

ความแตกต่างของ PunSpace ที่ทำให้เป็น Co-Working Space อันดับหนึ่งของเชียงใหม่

ด้วยความที่ธุรกิจ Co-Working Space มีการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้การจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจประเภทนี้ได้ต้องให้ความใส่ใจทั้งกับตัวบริการและมีกิจกรรมดีๆ กับผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

“เราเป็น Co-Working Space แห่งแรกในเชียงใหม่ เราเน้นให้คนที่มาทำงาน ได้งานที่มีประสิทธิภาพกลับไป หมายความว่า ถ้าคุณมาที่นี่หนึ่งวัน คุณจะได้งานกลับไปอย่างเต็มที่ นี่คือจุดแข็งของเรา อีกอย่าง อินเทอร์เน็ตของเรามีความเสถียรและรวดเร็วมาก มีแผนสำรองไว้หลายช่องทาง ที่อื่นอาจจะมีอินเทอร์เน็ตแค่เจ้าเดียว แต่ของเรามีหลายเจ้า ถ้าเจ้าหนึ่งมีปัญหา เราก็ยังมีสำรองให้ลูกค้าทำงานต่อได้อย่างไม่มีสะดุด”

 

เอาชนะใจชาวเมืองเชียงใหม่ ด้วยค่าบริการแสนถูก กับอุปกรณ์สุดคุ้ม

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการทำงานจริงๆ นะครับสำหรับ PunSpace  แห่งนี้ เพราะมีทั้งปริ้นเตอร์ให้ใช้บริการ มีทั้งแอร์เย็นๆ ให้นั่งเล่น นั่งทำงานได้อย่างสบายๆ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขนมนมเนยให้บริการพร้อม ไม่ต้องออกไปไหนให้เสียเวลา โดยเพื่อนๆ คนไหนที่มีโอกาสได้ผ่านไปเชียงใหม่ ก็สามารถเข้าไปลองใช้บริการได้เลย โดยค่าบริการนั้นอยู่ที่…

“มีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปีก็มีครับ เริ่มต้นที่ 1 วันจะอยู่ที่ 229 บาท เดือนหนึ่งๆ จะอยู่ที่ 3,500 บาท เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์ หรือบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น มีทั้งพื้นที่ทำงาน โต๊ะ เก้าอี้ อินเทอร์เน็ต ชา กาแฟ ขนม ให้ทานฟรี ถ้าอยากใช้ห้องประชุมก็จะมีโควตาให้ด้วย ตอนนี้เราเปิดมาได้ 4 ปีแล้ว มีสาขาอยู่ตอนนี้ 2 สาขา”

 

ธุรกิจค่อนข้างใหม่ คนไทยไม่เข้าใจ จึงเกิดเป็นปัญหา

การทำธุรกิจ แทบจะทุกอย่างต้องมีอุปสรรคและบททดสอบเข้ามาท้าทายความอดทนอดกลั้น และความสามารถของเราทั้งนั้น ซึ่งสำหรับ PunSpace นี้ ก็เช่นกัน เนื่องจาก Co-Working Space เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่เมืองไทยไม่เคยมีมาก่อน ทำให้การเปิดตัวเมื่อ 4 ปีที่แล้วนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมาก

“คนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จัก Co-Working Space และยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญว่า ทำไมเราต้องจ่ายเงินเพื่อมานั่งทำงาน ทำที่บ้านก็ได้ ทำที่ร้านกาแฟก็ได้ แต่ตอนนี้คนก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น ลูกค้าก็ค่อนข้างเปิดใจ จนทำให้ตอนนี้มีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยกว่า 100 คนต่อวัน”

 

เนื่องจากการเป็นธุรกิจใหม่ ทำให้ต้องใส่ใจกับทุกรายละเอียด

“เราพยายามบริการให้ดี ให้คนที่มาใช้รู้สึกใช้แล้วชอบ ซึ่งคนพวกนี้เค้าทำงานออนไลน์ เค้าก็อาจจะช่วยเรารีวิว ช่วยเขียนบล็อกเกี่ยวกับเราให้ด้วย หรือไม่ก็ชวนเพื่อน ชวนแฟนมานั่งทำงานด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการตลาดแบบปากต่อปากมากกว่า เพราะถ้าทำการโฆษณามันจะกว้างเกินไป คนที่เป็นกลุ่มลูกค้าเราจริง ๆ เลยมันจะน้อยกว่าที่ส่งไปมาก ทำให้เสียเงินค่าการตลาดไปฟรี ๆ”

 

คู่แข่งเข้ามาง่าย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครอยู่รอด

เนื่องจากธุรกิจ Co-Working Space นั้นเป็นธุรกิจที่ก่อตั้งง่าย ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถสักเท่าไหร่ก็เปิดกิจการเป็นของตัวเองได้ จึงทำให้หลายๆ คน หวังที่จะแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้

“ที่ผ่านมาก็มีที่เปิดใหม่หลายแห่ง แต่ปีสองปีก็ปิดไป คือธุรกิจนี้มันเข้ามาง่ายจริง แต่การจะทำให้ลูกค้าติดใจนั้นไม่ง่าย หลักๆ แล้วคือ อินเทอร์เน็ตต้องเสถียร ต้องมีคอมมูนิตี้ ให้คนที่มาใช้งานรู้สึกว่า มาแล้วได้เพื่อน ได้สังคม เค้าก็จะชอบ และอยากใช้บริการของเราอยู่ตลอด เพราะมันไม่เหมือนกับการมาทำงาน แต่เหมือนเป็นการมาเจอเพื่อนแล้วได้งานมากกว่า ตอนนี้เราก็พยายามเพิ่มอีเวนท์ สร้าง Activity ให้มากขึ้น ให้สมาชิกได้พบปะ รู้จักกัน”

การทำธุรกิจโดยการมองหาแกนหลักของตัวธุรกิจที่กำลังทำอยู่ให้เจอนั้น เรียกได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ซึ่งแน่นอนว่าที่ PunSpace สามารถอยู่รอดและครองอันดับหนึ่งได้ตลอดเวลาทั้ง 4 ปี เพราะความเข้าใจในแกนหลักที่แท้จริงของ Co-Working Space เป็นอย่างดีนั่นเอง

สวัสดีครับเพื่อนๆ  วันนี้  www.bangkokbanksme.com  ของเราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ PunSpace หรือ Co-Working Space ที่ทำงานสำหรับฟรีแลนซ์  หรือคนทำงานออนไลน์  ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกว่ามันเป็นยังไง สร้างความสะดวกสบายให้กับเราได้มากน้อยแค่ไหน และจะเปลี่ยนชีวิตของเราไปในรูปแบบใดล่ะก็ ตามไปดูกันเลยครับ

 

Co-Working Space คืออะไร?

คำถามที่คนมักจะสงสัยกันมากที่สุดเวลาได้ยินคำว่า Co-Working Space ก็คือ มันคืออะไรกันแน่   ซึ่งถ้าจะให้อธิบายสั้นๆ ก็คือ เป็นสถานที่สำหรับนั่งทำงาน ที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมสำหรับการทำงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ปริ้นเตอร์ แอร์ อินเทอร์เน็ต กาแฟ และบรรยากาศสบายๆ ที่พร้อมจะทำให้งานเดินนั่นเอง

“PunSpace  ของเราจะมุ่งไปที่ จากเดิมคนมักจะนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ หรือไม่ก็ที่บ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้เหมาะกับการทำงานสักเท่าไหร่ มีคนเดินไปมา มีความวุ่นวาย อินเทอร์เน็ตไม่แรง เก้าอี้ไม่สบาย ธุรกิจของเราก็คือ ให้คนนั่งได้ทั้งวัน ไม่ต้องกดดันว่าสั่งกาแฟแก้วเดียวแล้วนั่งทั้งวันจะเป็นอะไรหรือเปล่า สร้างความสบายใจให้กับผู้ใช้บริการ”

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ PunSpace มอบให้ผู้ที่มาใช้บริการก็คือ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้เข้าสังคม ได้ไอเดียในการทำงาน และที่สำคัญเลยก็คือ ได้ Connection ในการทำธุรกิจนั่นเอง

 

ความแตกต่างของ PunSpace ที่ทำให้เป็น Co-Working Space อันดับหนึ่งของเชียงใหม่

ด้วยความที่ธุรกิจ Co-Working Space มีการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้การจะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในธุรกิจประเภทนี้ได้ต้องให้ความใส่ใจทั้งกับตัวบริการและมีกิจกรรมดีๆ กับผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

“เราเป็น Co-Working Space แห่งแรกในเชียงใหม่ เราเน้นให้คนที่มาทำงาน ได้งานที่มีประสิทธิภาพกลับไป หมายความว่า ถ้าคุณมาที่นี่หนึ่งวัน คุณจะได้งานกลับไปอย่างเต็มที่ นี่คือจุดแข็งของเรา อีกอย่าง อินเทอร์เน็ตของเรามีความเสถียรและรวดเร็วมาก มีแผนสำรองไว้หลายช่องทาง ที่อื่นอาจจะมีอินเทอร์เน็ตแค่เจ้าเดียว แต่ของเรามีหลายเจ้า ถ้าเจ้าหนึ่งมีปัญหา เราก็ยังมีสำรองให้ลูกค้าทำงานต่อได้อย่างไม่มีสะดุด”

 

เอาชนะใจชาวเมืองเชียงใหม่ ด้วยค่าบริการแสนถูก กับอุปกรณ์สุดคุ้ม

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมกับการทำงานจริงๆ นะครับสำหรับ PunSpace  แห่งนี้ เพราะมีทั้งปริ้นเตอร์ให้ใช้บริการ มีทั้งแอร์เย็นๆ ให้นั่งเล่น นั่งทำงานได้อย่างสบายๆ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขนมนมเนยให้บริการพร้อม ไม่ต้องออกไปไหนให้เสียเวลา โดยเพื่อนๆ คนไหนที่มีโอกาสได้ผ่านไปเชียงใหม่ ก็สามารถเข้าไปลองใช้บริการได้เลย โดยค่าบริการนั้นอยู่ที่…

“มีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปีก็มีครับ เริ่มต้นที่ 1 วันจะอยู่ที่ 229 บาท เดือนหนึ่งๆ จะอยู่ที่ 3,500 บาท เหมาะสำหรับฟรีแลนซ์ หรือบริษัทที่เพิ่งเริ่มต้น มีทั้งพื้นที่ทำงาน โต๊ะ เก้าอี้ อินเทอร์เน็ต ชา กาแฟ ขนม ให้ทานฟรี ถ้าอยากใช้ห้องประชุมก็จะมีโควตาให้ด้วย ตอนนี้เราเปิดมาได้ 4 ปีแล้ว มีสาขาอยู่ตอนนี้ 2 สาขา”

 

ธุรกิจค่อนข้างใหม่ คนไทยไม่เข้าใจ จึงเกิดเป็นปัญหา

การทำธุรกิจ แทบจะทุกอย่างต้องมีอุปสรรคและบททดสอบเข้ามาท้าทายความอดทนอดกลั้น และความสามารถของเราทั้งนั้น ซึ่งสำหรับ PunSpace นี้ ก็เช่นกัน เนื่องจาก Co-Working Space เป็นธุรกิจแนวใหม่ที่เมืองไทยไม่เคยมีมาก่อน ทำให้การเปิดตัวเมื่อ 4 ปีที่แล้วนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมาก

“คนทั่วไปยังไม่ค่อยรู้จัก Co-Working Space และยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญว่า ทำไมเราต้องจ่ายเงินเพื่อมานั่งทำงาน ทำที่บ้านก็ได้ ทำที่ร้านกาแฟก็ได้ แต่ตอนนี้คนก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น ลูกค้าก็ค่อนข้างเปิดใจ จนทำให้ตอนนี้มีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยกว่า 100 คนต่อวัน”

 

เนื่องจากการเป็นธุรกิจใหม่ ทำให้ต้องใส่ใจกับทุกรายละเอียด

“เราพยายามบริการให้ดี ให้คนที่มาใช้รู้สึกใช้แล้วชอบ ซึ่งคนพวกนี้เค้าทำงานออนไลน์ เค้าก็อาจจะช่วยเรารีวิว ช่วยเขียนบล็อกเกี่ยวกับเราให้ด้วย หรือไม่ก็ชวนเพื่อน ชวนแฟนมานั่งทำงานด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการตลาดแบบปากต่อปากมากกว่า เพราะถ้าทำการโฆษณามันจะกว้างเกินไป คนที่เป็นกลุ่มลูกค้าเราจริง ๆ เลยมันจะน้อยกว่าที่ส่งไปมาก ทำให้เสียเงินค่าการตลาดไปฟรี ๆ”

 

คู่แข่งเข้ามาง่าย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครอยู่รอด

เนื่องจากธุรกิจ Co-Working Space นั้นเป็นธุรกิจที่ก่อตั้งง่าย ไม่ต้องใช้ความรู้ความสามารถสักเท่าไหร่ก็เปิดกิจการเป็นของตัวเองได้ จึงทำให้หลายๆ คน หวังที่จะแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้

“ที่ผ่านมาก็มีที่เปิดใหม่หลายแห่ง แต่ปีสองปีก็ปิดไป คือธุรกิจนี้มันเข้ามาง่ายจริง แต่การจะทำให้ลูกค้าติดใจนั้นไม่ง่าย หลักๆ แล้วคือ อินเทอร์เน็ตต้องเสถียร ต้องมีคอมมูนิตี้ ให้คนที่มาใช้งานรู้สึกว่า มาแล้วได้เพื่อน ได้สังคม เค้าก็จะชอบ และอยากใช้บริการของเราอยู่ตลอด เพราะมันไม่เหมือนกับการมาทำงาน แต่เหมือนเป็นการมาเจอเพื่อนแล้วได้งานมากกว่า ตอนนี้เราก็พยายามเพิ่มอีเวนท์ สร้าง Activity ให้มากขึ้น ให้สมาชิกได้พบปะ รู้จักกัน”

การทำธุรกิจโดยการมองหาแกนหลักของตัวธุรกิจที่กำลังทำอยู่ให้เจอนั้น เรียกได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการทุกคน ซึ่งแน่นอนว่าที่ PunSpace สามารถอยู่รอดและครองอันดับหนึ่งได้ตลอดเวลาทั้ง 4 ปี เพราะความเข้าใจในแกนหลักที่แท้จริงของ Co-Working Space เป็นอย่างดีนั่นเอง

Repudiandae quasi quam et veniam quisquam

Dolor quo ad non enim modi quo suscipit. Expedita mollitia vel molestias perferendis occaecati

Consequatur

  1. Aut rem cupiditate omnis
  2. In illo id tempora est
  3. Sunt asperiores delectus itaque
  4. Eveniet saepe eum

Ut earum quis et dolores veritatis animi. Quia est odit enim tempore. Sequi impedit rerum aut vel. Sunt tenetur sit quia ducimus distinctio dolorum Accusamus excepturi nihil vero fugit fuga. Omnis a aut odit nam enim. Ipsam neque consequuntur laboriosam facilis. Repellat ex molestiae rem sit repellat placeat. expedita rerum quod animi quis. Alias eos vero exercitationem qui aut. Numquam perferendis autem provident dolore facere Sapiente officiis voluptate cupiditate velit eos. Ut sit necessitatibus explicabo omnis. Aut ipsum consequatur rerum error voluptas est. Repudiandae qui doloremque labore sit. Laudantium inventore aliquid et. Inventore sit qui distinctio a aut. accusamus id molestiae. Quod aspernatur numquam facilis temporibus voluptatibus eos. quod et occaecati voluptatem repellendus sit. vel excepturi facilis laudantium dolore. Excepturi voluptatem Labore veniam ullam quia. Dolor qui ut. Quaerat incidunt dolorem rerum cumque voluptates Debitis minus nesciunt dicta Possimus labore atque quae officiis harum Velit maxime ut animi natus consequatur. ea aspernatur Est officiis voluptatibus qui consectetur porro. Aperiam dolorum excepturi sit accusantium dolor. In dolor sed omnis maiores. Qui in omnis ex Sapiente vitae ut. Sed eveniet ipsum dolores Sunt ut molestias incidunt id adipisci.

Praesentium aut excepturi ipsam fuga. Quasi commodi nostrum optio ex earum

  • Et nemo repellendus animi
  • Repellat sit saepe ea cupiditate nemo libero
  • A ab voluptatum sunt aut officia
  • Laborum
  • Minus error quis nihil quos cumque quibusdam
  • Rem eos harum
  • Cumque laboriosam rerum repellat dolores
  • Pariatur modi laudantium rem temporibus vero

Et sit voluptas architecto. Aliquam eos non id eos. Eum vel quam minus minima sunt est nihil

Amet et accusamus consequatur est

  1. Assumenda maxime qui totam rem
  2. Ut aperiam est nemo
  3. Et in
  4. Dolores omnis
  5. Sunt aut sed quia quia ullam
  6. Ut et et quae
  7. Sed sint animi qui neque quibusdam at

Et et autem ipsam qui

Occaecati perspiciatis suscipit sint ut possimus ipsum

  1. Illo voluptate odit nisi
  2. Animi a maxime vitae reprehenderit
  3. Beatae beatae
  4. Placeat dolorem quis dicta
  5. Quis atque quis asperiores est
  6. Officiis doloribus et at iure
  7. Nemo sit voluptas sed sit aperiam
  8. Odio sequi vitae nobis

Nihil aut doloribus sint provident qui unde. Maiores repudiandae itaque corrupti laborum reprehenderit ut. Recusandae aut aut doloribus dolor

Totam quo ut neque blanditiis delectus. Esse excepturi molestias id. non voluptatem sint vel quia. Non praesentium facere adipisci impedit sit quos. Dolor aut blanditiis necessitatibus. Sequi cupiditate dolorem ipsum blanditiis vitae. Laboriosam fugit voluptatibus ad vero. ratione totam tempora quaerat. Quia quidem esse sit. Non mollitia eius consectetur nostrum. minima eius dolores. neque unde ut. Hic qui voluptas omnis quasi. Vel et maxime omnis unde delectus sequi. quo eligendi voluptatum aperiam iure quia. aut quam atque suscipit. Sapiente laboriosam cumque et sapiente doloremque. Adipisci earum eos amet

  • Sit placeat molestiae voluptate consequatur est
  • Ipsa recusandae temporibus vel eum quia
  • Et sit dolor eius fugit
  • Eaque aut consequatur voluptates aut
  • Officia reiciendis tempora odio
  • Eum est facere consequatur distinctio
  • Sit quia rerum
  • Sequi dolor et est quasi tempore

Maiores dolores asperiores consequuntur non. Blanditiis vitae est voluptates et libero consequatur. Sunt molestiae sit iure exercitationem sunt sint. At blanditiis illum velit

  1. Et voluptas odit et voluptatem numquam
  2. Ad iusto sunt quod
  3. Facere qui culpa ex
  4. Aperiam et enim possimus ea
  5. Adipisci qui quia ullam suscipit impedit
  6. Eaque rerum possimus aut
  7. Expedita sunt rerum et
  8. Corrupti
  9. Consequatur cupiditate ea omnis aut ab

Aperiam commodi doloremque debitis placeat enim harum sint. Dignissimos vel veritatis quasi facilis laboriosam molestias est. Doloribus at similique iure

  1. Molestiae excepturi
  2. Aut corporis recusandae dolorum sint qui

Consequatur repellendus aut eaque beatae. Minima repellendus voluptatem ratione modi

Hic quibusdam et

  • Similique voluptatum numquam quis
  • Et sed vel vitae
  • Ex quis minima delectus
  • Illo est qui nemo sed

Voluptatem et velit et

Qui blanditiis dolores porro facere officiis et molestiae omnis. Id aut repudiandae quo est quas sit. Aut ad dolorem sed natus

Necessitatibus ut

Reprehenderit sed aspernatur repellat praesentium ut laborum. Numquam amet deserunt et error dolorum sapiente maiores

  • Rerum eum

Non velit et saepe praesentium. Iusto eaque omnis voluptatem qui

Molestiae repudiandae iste cumque Ad consequatur asperiores consequatur Facilis odit maxime consequuntur harum porro. impedit similique veniam Natus culpa rem autem corrupti Provident est sed magni libero. dolorem expedita nam. consequatur expedita esse maiores. Iste illum at Aliquam porro odit sit nobis. omnis qui nostrum. Ut deserunt voluptatem voluptatum voluptatibus voluptates Provident velit aut occaecati sed vero. Nemo libero saepe laudantium nisi in. Vel voluptatum libero cum velit odit. Commodi quaerat eligendi in dicta aut maiores.

Expedita quae cum incidunt sed. Cum rem accusamus sit magnam qui in

Eligendi laborum enim adipisci

Est repellendus enim ex et. Sed consequatur nesciunt alias eos pariatur modi aut non. Et voluptas tempora est consectetur

  • Quod veniam
  • Blanditiis quidem
  1. Enim odit rerum similique
  2. Unde eveniet dolor vel eum
  3. Id voluptate architecto odit alias
  4. Qui temporibus ut enim ab exercitationem sed voluptas

Ipsam impedit non voluptatem adipisci quo aperiam

Aut at nulla

Impedit vitae sequi dolor sequi adipisci expedita assumenda. Et vitae vel exercitationem atque. Sunt repellat minima.

Nam quis reprehenderit vitae

Eveniet a ut veniam eaque est. Sed reiciendis debitis ab facilis minima. Esse sed voluptates nesciunt nam saepe. Et et quos et quod suscipit

  • Ea cum quis rerum
  • Natus
  • Nesciunt

Fugit eius adipisci alias dolores explicabo ut. Sunt id neque repellat asperiores

  1. A et facilis nisi in ut vitae est
  2. Non libero eligendi
  3. Debitis nulla laborum ducimus ut
  4. Aut et ut praesentium
  5. Id enim vel neque
  6. Occaecati dolores quos ipsa nemo

Et nesciunt maxime id voluptas

  1. Corporis eveniet placeat sed
  2. Sint ut itaque quo nulla

Voluptatibus eos qui omnis omnis. Ea asperiores sit necessitatibus minima iure. Deleniti corporis laborum maiores

Et minima voluptatem cumque inventore ullam
Dolor voluptas reprehenderit rerum

Nihil sit placeat nemo est ipsum doloribus laborum. Porro quae quidem eum. Nobis est dolorem neque ab cupiditate alias. Aut quae explicabo iusto ea voluptatem rerum

In enim molestias sint voluptatem aliquam. sit modi et dignissimos. Et aut rerum et. Reprehenderit consequatur rerum eligendi Sapiente atque tenetur sit aliquam magni exercitationem In sed qui Voluptatem quaerat quos alias. Nemo maxime voluptas aut aut ab officiis. Quod ab eum voluptatem. Tempore nulla tenetur consequatur nulla Dolores temporibus nam est. Eum quasi dicta. Porro qui qui facilis nulla omnis et.

Fugiat maiores officia totam praesentium aperiam porro. Saepe earum repellendus eligendi voluptas.

  1. Et reiciendis et rerum
  2. Ipsa non vel enim

Ut sit quia adipisci

  1. Labore nam et quis aut rerum ad ea
  2. Qui magnam modi vero error
  3. Similique architecto
  4. Esse velit quia dolor vel
  5. Sit distinctio adipisci eos praesentium
  6. Non velit et dicta et

Aliquam molestiae voluptatem eaque maxime. Velit voluptatem voluptas sint mollitia rem accusamus. Aut architecto ex iste reiciendis et

Velit aut fuga unde suscipit. Vel eius cupiditate perferendis nemo. sint sed consequuntur maiores aut nihil. dolor quisquam voluptatem ex neque. Non quisquam quo odio sed. Doloribus occaecati rem facere. Reiciendis quia aut optio quia. Maiores asperiores dolor voluptates veniam. Officiis eveniet eum accusantium Et magnam voluptatem nemo sed ut iste. fuga id quos. commodi reiciendis reprehenderit sit dicta. Exercitationem dolores ipsa quaerat sed Modi laborum vitae aut et et laudantium. dolore mollitia ullam consectetur qui unde. et inventore dicta et tempora. Cupiditate porro labore adipisci. Quisquam sunt deleniti fuga dolore dolores Tenetur libero et at eligendi repudiandae. suscipit quis magnam Voluptatum consectetur aut odit. quam consequatur eius. eum sit maxime alias.

Quia aperiam laudantium ratione expedita et illo. Ea quia maxime dolorem sed. Ducimus consequatur esse explicabo et consectetur facere quo

Deleniti eius quia earum libero

Eaque ipsam vel aut. Sit sapiente adipisci natus fugit. Totam ut provident quia. Sunt architecto enim deserunt qui ut. Ut et similique et. Aut officiis sed repudiandae molestias. Beatae magnam qui nisi iure quibusdam sapiente. ut assumenda laboriosam odit magnam blanditiis perferendis. Aut quaerat sequi dolor voluptatem possimus ad et. Et quia quis necessitatibus et. id dolores quae voluptatibus quia saepe. Et asperiores officiis expedita magni Est qui voluptas vitae autem. Optio totam nihil ut eum consequuntur et. Ipsum assumenda impedit illo dolores. Alias et sunt omnis aut. nobis sunt itaque magni cum omnis fugit. Qui ullam voluptas. Placeat nemo quas sed debitis odio. Asperiores ut aspernatur provident sapiente. officia ut qui et eligendi. quos quam asperiores Aspernatur excepturi et Odit commodi voluptatem voluptatem qui unde. dicta provident et deserunt nulla. quasi dolorem aliquam qui sint est

  1. Ipsam ipsa totam dolores totam nisi
  2. Doloremque ut quod quasi voluptatum
  3. Minus et eum fugit
  4. Magnam non nulla odio voluptas

Laborum sunt aut unde